วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

เพื่อนกันตลอดไป

เพื่อนกันตลอดไป

เพื่อนช่วยเพื่อนตลอดไปได้เสมอ
เพื่อนจะเผลอเพื่อนจะพลาดซักแค่ไหน

ความเป็นมิตรยังติดอยู่คู่แรงใจ
ให้ก้าวไปในสิ่งที่ต้องการ
เพื่อนจะทุกข์เสียน้ำตาและร้องไห้
ความห่วงใยที่มีนั้นยังคอยสาน
ประกอบใจของเพื่อนนี้ที่ร้าวราน
พาพ้นผ่านความทุกข์ช้ำที่ค้ำใจ
แม้เวลาเนิ่นนานผ่านจากนี้
แต่สิ่งดีจะยังอยู่ไม่หวั่นไหว
ถึงเวลาจะผ่านนานเท่าไร
แต่จิตใจมีเพื่อนตลอดมา
จะไม่ลืมเพื่อนคนนี้ชั่วชีวิต
อยู่เป็นมิตรคอยดูแลและรักษา
ให้ความรักคงอยู่ตลอดเวลา
มิตรภาพจะล้ำค่าตลอดไป

จากนี้ไป

ไม่มีแล้วคนนั่งกินข้าวตรงหน้า
ไม่มีแล้ววาจาอันสดใส
ไม่มีแล้วคำปลอบโยนด้วยหัวใจ
ไม่มีแล้วไม่มีคัยไม่มีเทอ
ไม่มีคนร่วมตากแดดร่วมตากฝน
ไม่มีคนคอยเคียงข้างอยู่เสมอ
ไม่มีคนทุกวันเห็นทุกวันเจอ
ไม่มีเทอฉันจะสุขใด้อย่างไร
ลาแล้วเพื่อนวันวานอันหวานฉ่ำ
ลาแล้วจำไมตรีอันดีใว้
พวกเราเป็นเพื่อนกันตลอดไป
ลาแล้วใจ ลาแล้วจาก ไม่อยากลา



ไม่มีแล้วโรงเรียนระเบียบจัด
ไม่มีแล้วโต๊ะเพิ่งขัดอยากให้เขียน
ไม่มีแล้วฝ่ายปกครองไล่นักเรียน
ไม่มีแล้วพวกท้าเซียนเกรียนทุกคน
ไม่มีแล้วสนามบาสดูเพื่อนเล่น
ไม่มีแล้วตอนเย็นๆตั้งวงแฉ
ไม่มีแล้วพวกหน้าวอกแป้งเด็กแคร์
ไม่มีแล้วป้าแก่ๆขายข้าวแกง
ไม่มีแล้วสนามบอลที่เคยใช้
ไม่มีแล้วสปอตไลท์ที่ไร้แสง
ไม่มีแล้วใอ้พวกชอบแสดง
ไม่มีแล้วคัยคอยแกล้งเมื่อจากกัน
ไม่มีแล้ววันเวลาแสนสนุก
ไม่มีแล้วคืนแสนสุขที่แปรผัน
ไม่มีแล้วเพื่อนสนิทนิจนิรันดร์
ไม่มีแล้วเพื่อนกันตลอดไป คำว่าเพื่อน มีค่าหนัก กว่าคำไหน

คำว่าเพื่อน มีค่าหนัก กว่าคำไหน
คำว่าเพื่อน คือค่าใจ และค่าจิต
คำว่าเพื่อน ควรค่า คะนึงคิด
คำว่าเพื่อน คือมิตร ตลอดกาล

เพื่อน ในความหมายของคุณล่ะ....เป็นแบบนี้มั๊ย

คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง คอยฟัง ยามเพื่อนขอ
คอยรอ ยามเพื่อนสาย คอยพาย ยามเพื่อนพัก
คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ
คอยง้อ ยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด
คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ คอยเจอ ยามเพื่อนหา
คอยลา ยามเพื่อนกลับ คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น
คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน คอยหอน ยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ คอยอุบ ยามเพื่อนปิด
คอยคิด ยามเพื่อนถาม คอยปราม ยามเพื่อนหลง
คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด
คอยอด ยามเพื่อนทาน คอยคาน ยามเพื่อนล้ม
คอยชม ยามเพื่อนชนะ คอยสละ ยามเพื่อนชอบ

แล้ว เพื่อน ในความหมายของคุณล่ะ....เป็นแบบนี้มั๊ย
อย่าลืมให้ความสำคัญกับคนที่คุณเรียกว่า เพื่อน นะ โดยเฉพาะถ้าเค้าคือ เพื่อน จริงๆ
... เธอทุกข์ - ฉันทุกข์ เธอสุข – ฉันสุข...

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะมีผลบังคับใช้มาแล้วร่วมปี แต่ก็ยังดูเป็นเรื่องไกลตัว ลองมาทำความเข้าใจกันหน่อยดีกว่าว่า อย่างไรถึงจะไม่ผิดพลาดจนเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย

1.เจ้าของไม่ให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเขา แล้วเราแอบเข้าไป โทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.แอบไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้าน แล้วเที่ยวไปประกาศให้คนอื่นรู้ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.ข้อมูลของเขา เขาเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ดีๆ แล้วแอบไปล้วงข้อมูลของเขาออกมา โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.เขาส่งข้อมูลหากันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบส่วน ตั๊ว...ส่วนตัว แล้วเราทะลึ่งไปดักจับข้อมูลของเขา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5.ข้อมูลของเขาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเขา เราดันมือบอนไปโม (modify หรือปรับแก้) มันซะงั้น เจอคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6.ระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้านทำงานอยู่ดีๆ เราดันยิง packet หรือ message หรือ virus หรือ trojan หรือ worm หรืออะไรก็ตาม เข้าไปก่อกวนจนระบบเขาเดี้ยง เจอคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

7.เขาไม่ได้อยากได้ข้อมูลหรืออีเมลจากเราเลย เราก็ทำตัวเซ้าซี้ส่งให้เขาซ้ำๆ อยู่นั่นแหละ จนทำให้เขาเบื่อหน่ายรำคาญ เจอปรับไม่เกิน 100,000 บาท

8.ถ้าเราทำผิดข้อ 5 กับข้อ 6 แล้ว - ทำให้เราๆ ท่านๆ บุคคลทั่วไปเกิดความเสียหาย จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท- ก่อความเสียหายต่อความั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ และสังคม จำคุกตั้งแต่ 3-5 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 บาท - ถ้าทำให้ใครตาย ก็จะปรับโทษเป็นจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี

9.ถ้าเราสร้างซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้ใครๆ ทำเรื่องแย่ๆ ในข้อข้างบนได้ เจอคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

10.โป๊ โกหก ปลอมแปลง กระทบความมั่นคง ก่อการร้าย และส่งต่อข้อมูล ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิดตามที่กล่าวมาข้างต้น เจอคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

11.ใครเป็นเจ้าของเว็บ แล้วสนับสนุน ยอมให้เกิดข้อ 10.โดนเหมือนกัน เจอคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เท่ากับคนที่ทำ

12.ใครอยากเป็นศิลปินข้างถนน ที่ชอบเอารูปชาวบ้านมาตัดต่อแล้วเอาไปโชว์ผลงานบนระบ บคอมพิวเตอร์ให้ใครต่อใครดู เตรียมใจไว้เลย มีสิทธิ์โดน จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

13.เราทำผิดที่เว็บไซต์ซึ่งอยู่เมืองนอก แต่ถ้าเราเป็นคนไทย อย่าคิดว่ารอด โดนแหงๆ ฝรั่งทำผิดกับเรา แล้วอยู่เมืองนอกอีกต่างหาก เราเป็นคนไทย ก็เรียกร้องเอาผิดได้เหมือนกัน

ขอบคุณที่มาhttp://www.junjaowka.com/webboard/showthread.php?t=41525

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ความรัก เห้อ

ความรัก...ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตแต่
ความรัก...เป็นเพียงสิ่งหนึ่ง
ที่สำคัญที่สุดในชีวิตการมีความรัก...ไม่ใช่การหาใครสักคนมาอยู่ข้างกายแต่
การมีความรัก...คือการอยู่ข้างกายใครสักคนการเป็นคนรักของใครสักคน...ไม่ใช่ว่า
ต้องอยู่ในพื้นที่ ทั้งหมดในใจเค้า
แต่การเป็นคนรักของใครสักคน..คือ
การยืนอยู่ในจุดที่สำคัญที่สุดในใจเค้าความรัก...
ก็เหมือนกับ..การขึ้นรถเมล์บางป้าย...
ก็เงียบเหงาพิกลยังไงก็ไม่รู้บางป้าย...ก็จอแจด้วยผู้คนบางคน....
รอจนชั่วชีวิตก็ยังไม่มาบางคน....รอแป๊บเดียวก็ได้ขึ้นบางคน....
ขึ้นแล้วถึงรู้ว่าขึ้นผิดคันบางคน....
ขึ้นครั้งแรกก็ขึ้นถูกบางคน....ขึ้นๆ ลงๆ
อยู่หลายรอบกว่าจะขึ้นถูกคันบางคน....
นั่งไปจนถึงป้ายสุดท้าย..ถึงจะรู้ว่าขึ้นผิดคันความรัก...
ไม่ใช่ของเล่นแกล้งเจ็บไม่เป็น..
เจ็บนานกว่าจะหายหายแล้วก็ยังคงมีแผลเป็นฝากไว้ที่สะกิดใจทุกครั้ง
ที่คิดถึงเมื่อเป็นแบบนั้น..ก็ควรเลือกให้ดีๆให้ใช้หัวใจมอง...
ไม่ใช่ดวงตาถ้า..เค้าไม่รักเรา เราก็ต้องเลือก..รักตัวเอง..
ด้วยการเลิกรักเค้า..หรือเลือกรักเค้า..เพื่อทำร้ายตัวเองแต่ถ้า..
ใครโชคดี ได้เจอคนที่ใช่จริงๆก็ขอให้รักกันมากๆ ห่วงเค้ามากๆ
ให้มีเพียงเค้าคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในหัวใจเราแต่จำไว้..ใ
ห้เค้าอยู่ในจุดที่สำคัญที่สุดเพียงจุดเดียวเท่านั้นไม่ใช่..
การให้เค้าอยู่ในทุกๆอนูของหัวใจให้รักเค้าให้มากๆ แต่...
อย่าลืมรักตัวเอง รักตัวเองให้ได้อย่างน้อย
ก็เท่าๆที่เรารักเค้าให้รักเค้าด้วยความรักที่คุณสามารถให้ได้
ไม่ใช่รักเค้าด้วยหัวใจที่คุณมีทั้งหมดเพราะมันจะยากมาก
ต่อการเอาเค้าออกไป...เมื่อคำว่ารักได้ใช้หมดไปแล้ว

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นิยามของคำว่าเพื่อน

นิยามความหมายของคำว่าเพื่อน
เพื่อนคือ...ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ยิ่งกว่าแฟนก้อว่าได้
ไม่ตามใจมัน ก็ไม่ด่า แต่ถ้ามันไม่ตามใจเราก็ด่าได้ โดยที่มัน และเราไม่โกรธกัน
เพื่อนเมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่า
เรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป
เพื่อนคือที่พึ่งยามเป็นทุกข์ เพื่อนคือที่ปรึกษา
ตั้งแต่เรียน ทำงาน จนจะแต่งงานก็ยังต้องปรึกษามัน
เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน
เพื่อนคอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน
เพื่อนคอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก
และเพื่อนก็คือคนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน
'เพื่อน' คือ ทุกอย่าง
มีผู้....ที่เคยคบกันถามว่าจะให้เลือกหนึ่งเดียว
ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี
ว่าคุณจะเลือกใคร ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า
'เพื่อน' ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ เราก็บอกว่าตอบถูกแล้ว
เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า
แต่ไม่ใช่ ถัาเราจะต้องเอาคนเข้ามาในชีวิตอีก 1 คน ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก
กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น 10 ปี
เราว่าทุกคนก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา
เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม
เราไม่สามารถเอาแต่ละคนมาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์
เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า
และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ
*****''เพื่อน''****
' some time happy… some time sad… but all time friend '
บทส่งท้าย ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน
แล้วเล่าให้มันฟัง มันก็ไม่ว่าอะไร....แล้วถ้าเราเที่ยวแล้วเกิดปัญหา
เราตามตัวมันมา มันเคยพูดไหมว่า
'*ไม่สน*เที่ยวแล้วไม่ชวน* *
แก้ไขเองแล้วกัน' คำพูดอย่างนี่จะไม่มีจากปากเพื่อน
จะแต่ว่า ' อยู่ตรงไหน เป็นอะไร' แล้วก็ลงท้ายว่า *จะรีบไป....

ความแตกต่างของชีวิต

ของสิ่งหนึ่ง อาจไร้ค่าสำหรับบางคน แต่กับบางคนมันมีค่าที่ประมาณเป็นราคาไม่ได้
คำคำหนึ่ง สำหรับบางอาจไม่มีคุณค่าที่จะจดจำ แต่กับบางคนกลับเป็นคำที่ไม่มีวันลืม
เพลงบางเพลง อาจจะฟังงี่เง่าไร้สาระน่าหนวกหูสำหรับบางคน
แต่กลับมีความหมายกับอีกคนได้อย่างมากมาย ...
ถึงจะเป็นโลกใบเดียวกัน แต่ประสบการณ์ชีวิตจะหล่อหลอมให้คนมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป

สิ่งที่เรียนรู้จากชีวิตที่ผ่านมา

สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้
ของในโลกใบนี้มีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากมาย แต่บางครั้งเราก็มองข้ามเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราไป วันนี้ จะมาบอกถึง สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ รับรอง สุหนัดแน่ๆ!!
1. มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
2. เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ
3. ถ้าแอบรักใคร อย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
4. เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักที ให้พูดว่าไม่เอา จะได้เร็ว
5. ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
6. ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้าน ไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
7. ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่มไม้, ซอกตึก อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ 8. ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ
9. ระวังคนที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
10. อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง
11. หนังสือดี คือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือ หนังที่เราชอบดู
12. อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
13. อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก
14. เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
15. อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
16. รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป
17. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
18. ตลาด อ.ต.ก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
19. เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
20. ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
21. คนไม่กินเนื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป
22. เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีนออกจากปาก ให้หลับตาด้วย
23. ปูอัด มันทำจากปลา
24. กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
25. อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
26. ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2 ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
27. คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเค้าไม่มีตู้ เค้าไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
28. คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆ ตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
29. คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
30. ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
31. จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
32. เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดู หน้าที่ตัวเองพูดถึงมักจะหาไม่เจอ
33. ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
34. ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต, ห้องน้ำผู้ชาย ผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน
35. เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
36. ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก
37. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า 'นี่เพื่อนฉัน' หมายความว่า 'แฟนฉัน'
38. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า 'นี่แฟนฉัน' หมายความว่า 'ผัว/เมียฉัน

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์  อุแม่เจ้า........แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก... เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย..... กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ! อุแม่เจ้าเทค 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!! คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้าง ๆ เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้ นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ...... คำนวณเองบ้างซิว้อยย..... เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่ ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี ..... แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า "เงินเดือน" บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า กูจะเป็นอะไรดี บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา " ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ......แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว ....เราจะเกิดความเสียดาย เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ... เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล ....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน......... หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ...... แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน ....เสียดายแย่